“เกาะเต่า” ร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF ประเทศไทย) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) UNEP COBSEA โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในโครงการ MA-RE-DESIGN ประกาศความสำเร็จในพื้นที่นำร่อง “เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ขับเคลื่อนการจัดการขยะอย่างเป็นระบบตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สู่ความยั่งยืนของชุมชนและระบบนิเวศทางทะเล ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ภาคธุรกิจ และชุมชนในพื้นที่ ร่วมกันขับเคลื่อนโมเดลการจัดการขยะแบบบูรณาการ ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนในฐานะกลไกสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งยกระดับการจัดการขยะจากระดับชุมชนสู่การปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม



เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 วันมหาสมุทรโลก (World Oceans Day 2026) จัดขึ้นโดย WWF ประเทศไทย ในโครงการ MA-RE-DESIGN ภายใต้แนวคิด “Advancing Circularity for Island Systems” โดยได้รับเกียรติจาก นายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน กล่าวเปิดงาน ภายในงานช่วงเช้ามีการจัดกิจกรรมเก็บขยะบนชายหาด ท้องถนน และใต้ทะเลบนพื้นที่เกาะเต่า และมีอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรม มากกว่า 500 คน ปริมาณขยะรวมในปี 2026 (1,333.90 กิโลกรัม) ลดลงจากปี 2025 ถึง 27.1% (ลดลงไป 495.27 กิโลกรัม จากเดิม 1,829.17 กิโลกรัม) ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการจัดการขยะและการสร้างความตระหนักรู้ในพื้นที่เกาะเต่าอย่างต่อเนื่อง ขยะที่จัดเก็บได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ขยะจากชายหาด (Beach Waste) 660.1 กิโลกรัม (49.5%) และขยะในทะเล (Marine Waste) 673.8 กิโลกรัม (50.5%) โดยสามารถจัดอันดับประเภทขยะตามน้ำหนักสูงสุด 5 อันดับแรก ได้ดังนี้
- ขยะจากการดำน้ำแบบคละแบบไม่ได้คัดแยก น้ำหนัก 261.7 กิโลกรัม (คิดเป็น 19.6%)
- ขวดแก้ว น้ำหนัก 159.7 กิโลกรัม (คิดเป็น 12.0%)
- ขวดพลาสติกใส น้ำหนัก 117.0 กิโลกรัม (คิดเป็น 8.8%)
- อวนและเชือกประมง น้ำหนัก 109.4 กิโลกรัม (คิดเป็น 8.2%)
- พลาสติกสี แลพ พลาสติกชนิด HDPE น้ำหนัก 73.2 กิโลกรัม (คิดเป็น 5.5%)



เกาะเต่าต้นแบบ “นวัตกรรมหมุนเวียน” ก้าวข้ามข้อจำกัดเกาะท่องเที่ยวระดับโลก ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยกระดับสู่การเป็นเกาะแห่งนวัตกรรมหมุนเวียน (Island Innovation) โดยโครงการ MA-RE-DESIGN ได้ร่วมมือกับเทศบาล ภาคธุรกิจท่องเที่ยว ชุมชน รวมถึงภาคีที่เกี่ยวข้อง ทลายข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ของพื้นที่เกาะ เช่น ปริมาณขยะตามฤดูกาลท่องเที่ยวและต้นทุนการขนส่งที่สูง ผ่าน 5 กลไกสำคัญ ได้แก่
- PSC Action Plan เกาะเต่า: วางระบบโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันระหว่างเทศบาล ชุมชน และภาคธุรกิจการท่องเที่ยว
- Tourism Business Engagement: สร้างข้อตกลงร่วม (Business Commitment) ในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจอื่น ๆ เพื่อลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic)
- Deposit Return System: ทดลองระบบมัดจำคืนเงินสำหรับภาชนะอาหาร และเครื่องดื่มในงานอีเวนต์
- Trash Treasure Tao: ธนาคารขยะชุมชนที่ช่วยรวบรวม คัดแยก และส่งต่อวัสดุรีไซเคิลเข้าสู่ห่วงโซ่อย่างถูกต้อง
- Value Chain of Low-Value Recyclables: สร้างเส้นทางเชื่อมโยงนำ “วัสดุมูลค่าต่ำแต่ค่าขนส่งสูง” เช่น แก้ว โฟม ถุงพลาสติก ออกจากเกาะกลับเข้าสู่โรงงานรีไซเคิลบนฝั่งได้สำเร็จ
โครงการ MA-RE-DESIGN สะท้อนให้เห็นว่า หัวใจของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จะเกิดขึ้นได้จริงเมื่อทุกภาคส่วนร่วมออกแบบระบบและทำงานร่วมกัน ซึ่งโมเดลระบบจัดการขยะหมุนเวียนของเกาะเต่า พร้อมแล้วที่จะเป็น “โมเดลต้นแบบที่ขยายผลได้” (Scalable Model) เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นเมืองที่สะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสร้างการท่องเที่ยว ที่รับผิดชอบต่อโลกอย่างแท้จริง


