ผู้ดำเนินงาน Event & Public Engagement “สู้วิกฤติช้างป่า: ช้างอยู่รอด คนอยู่ได้”

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)

การคัดเลือกผู้ดำเนินงาน Event & Public Engagement “สู้วิกฤติช้างป่า: ช้างอยู่รอด คนอยู่ได้”

เพื่อสนับสนุนการทำงานด้านอนุรักษ์ของมูลนิธิ WWF

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF ก่อตั้งขึ้นเมื่อพ.ศ. 2504 โดยกลุ่มคนเล็กๆที่มีความหลงใหลและมุ่งมั่นไปในทิศทางเดียวกันจนก่อกำเนิดองค์กร World Wide Fund for Nature ขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน ทำงานอนุรักษ์กว่า 13,000 โครงการเพื่อคงรักษา และสร้างสมดุลการอยู่ร่วมกัน ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน WWF เติบโตเป็นองค์กรอนุรักษ์ที่มีเครือข่ายมากที่สุดในโลก เป็นเวลามากกว่า 65 ปีแล้วที่สัญลักษณ์แพนด้าสีขาวดำนี้ได้กลายเป็นที่รู้จักในหลายประเทศด้วยการ สนับสนุนจากผู้คนมากกว่า 5 ล้านคนทั่วโลกทำให้การดำเนินการต่างๆกลายเป็นจริง ความตั้งใจของ WWF ไม่ได้หยุดเพียงแค่การรักษาชีวิตสัตว์ป่าแต่ยังรวมไปถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่นที่จะรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ WWF ได้ยกระดับความต้องการและความตั้งใจในการที่จะสร้างความเปลี่ยนที่จะนำไปสู่การอนุรักษ์, การพัฒนา อย่างยั่งยืนและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน

WWF ประเทศไทยเริ่มเข้ามาทำงานในประเทศในปี 1995 และจัดตั้งสำนักงานอย่างเป็นทางการในปี 1999 มีพันธกิจในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่มหาสมุทร ป่าไม้ การอนุรักษ์สัตว์ป่า การบริโภค อย่างยั่งยืน การหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการจัดการทรัพยากรน้ำจืด การทำงานของ WWF ในประเทศไทยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือกับรัฐบาล ชุมชนท้องถิ่น และองค์กรอื่น ๆ เพื่อให้เกิด ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

มูลนิธิดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูเอฟ (WWF Foundation) ได้ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ เลขทะเบียน ลำดับที่ กท 2776 ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 (2017) ได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักการและเหตุผล รวมถึงองค์ความรู้ตามหลักวิทยาศาสตร์ขององค์การกองทุน- สัตว์ป่า โลกสากล (WWF International) และต่อขยายงานอนุรักษ์สู่พื้นที่ประเทศไทย ในโครงการต่างๆ อาทิ โครงการอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี โครงการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจืด และอื่นๆ เพื่อคงรักษาและสร้างสมดุลการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติอย่างยั่งยืน

  1. หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จากการขยายตัวของชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม และการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ ส่งผลให้ช้างป่า ออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และเกิดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศ

มูลนิธิ WWF ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ช้างป่าและการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ร่วมกับภาครัฐ ชุมชน และภาคีเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol) การฟื้นฟูถิ่นอาศัยสัตว์ป่า การจัดการพื้นที่กันชน และการทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่เสี่ยง

ช้างเป็นสัญลักษณ์แห่งวัฒนธรรมไทยที่ฝังรากลึกในประวัติศาสตร์ชาติมาอย่างยาวนาน ทั้งในฐานะสัตว์คู่บ้านคู่เมือง ช้างศึก และสัตว์มงคลที่ปรากฏในวิถีชีวิตชุมชนทุกภูมิภาค แคมเปญนี้ จึงไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์สัตว์ป่า หากแต่คือการปกป้องตัวตนและอัตลักษณ์ของชาติไทย ผ่านการ ยกระดับช้างป่าสู่ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมในระดับสากล

เพื่อสร้างการรับรู้ต่อสาธารณชน กระตุ้นการมีส่วนร่วม และระดมทุนสนับสนุนงานอนุรักษ์ จึงมีแนวคิดจัด Event & Public Engagement ภายใต้แนวคิด “สู้วิกฤติช้างป่า: ช้างอยู่รอด คนอยู่ได้” (สามารถนำเสนอใหม่ได้) ณ The Forestias ระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2569 โดยมีการจัดแสดงช้างเปเปอร์มาเช่ ผลงานจากศิลปินทั่วประเทศ กิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม เวิร์กชอป กิจกรรมระดมทุน และงานแถลงข่าว เพื่อสื่อสารประเด็นการอนุรักษ์ช้างป่าอย่างสร้างสรรค์ และเข้าถึงสาธารณชนในวงกว้าง

2. วัตถุประสงค์

  1. เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ช้างป่าไทย และปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า
  2. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคเอกชน และเยาวชนในการอนุรักษ์ช้างป่า
  3. เพื่อระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ของ WWF
  4. เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกและเพิ่มการรับรู้ต่อแบรนด์องค์กร

3. ขอบเขตการดำเนินงาน

บริษัทจะต้องรับผิดชอบการวางแผน ออกแบบ และดำเนินงานกิจกรรมแบบครบวงจร โดยครอบคลุมรายละเอียดดังต่อไปนี้

3.1 ต่อยอดและพัฒนาแนวทางการนำเสนอภายใต้แนวคิดหลักที่องค์กรกำหนด

ผู้รับจ้างจะต้องสนับสนุนการพัฒนา และดำเนินงานภายใต้แนวคิดหลักที่องค์กรกำหนด โดยครอบคลุมรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ต่อยอดและพัฒนาแนวทางการนำเสนอ ภายใต้กรอบแนวคิดและทิศทางหลักที่องค์กรกำหนด “สู้วิกฤติช้างป่า: ช้างอยู่รอด คนอยู่ได้” (สามารถนำเสนอใหม่ได้)
  • พัฒนาแนวทางการสื่อสาร ภาพรวมการนำเสนอ และบรรยากาศของงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ (Key Visual และ Mood & Tone + Storytelling และ Visitor Journey)
  • สนับสนุนการออกแบบการสื่อสารเนื้อหาและการจัดวางพื้นที่กิจกรรม เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมงาน
  • สนับสนุนการออกแบบกิจกรรมหรือแนวทางการมีส่วนร่วมที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของโครงการ
  • สามารถนำเสนอแนวทางหรือกิจกรรมเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมการสร้างการรับรู้ การมีส่วนร่วม การประชาสัมพันธ์ หรือการระดมทุนเพิ่มเติมได้ ตามความเหมาะสม
  • ออกแบบประสบการณ์การเข้าชมงานให้สร้างการมีส่วนร่วมและแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์

3.2 การสื่อสารประชาสัมพันธ์และการสร้างการมีส่วนร่วมสาธารณะ

ผู้รับจ้างจะต้องสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของโครงการ เพื่อสร้างการรับรู้ การมีส่วนร่วมและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของโครงการ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการจัดกิจกรรม โดยครอบคลุมแนวทางดังต่อไปนี้

  • การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ สื่อมวลชน และ Social Media
  • การประสานงานและสนับสนุนการทำงานร่วมกับ Influencer, KOL หรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง (หากมีการนำเสนอ Influencer, KOL เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ)
  • การจัดทำ Content และสื่อประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม
  • การสนับสนุนกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมงานทั้งในพื้นที่จัดงานและช่องทางออนไลน์
  • การจัดเก็บภาพถ่าย วิดีโอ และสื่อประกอบกิจกรรม เพื่อใช้สำหรับการสื่อสารและสรุปผลโครงการ
  • การจัดทำสรุปผลการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมหลังจบกิจกรรม

ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถเสนอแนวทางเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการสร้างการรับรู้ การมีส่วนร่วมสาธารณะ การประชาสัมพันธ์ หรือการระดมทุนเพิ่มเติมได้ ตามความเหมาะสม

Key messages

ประเด็นหลัก

  • “ช้างอยู่รอด คนอยู่ได้”
  • “การอนุรักษ์ไม่ใช่เรื่องของสัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว แต่คือคุณภาพชีวิตของคน และธรรมชาติที่เชื่อมโยงกัน”
  • “ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าได้”

ประเด็นสนับสนุน

  • การฟื้นฟูพื้นที่ป่าและทางเชื่อมผืนป่า
  • การอยู่ร่วมกันระหว่างคนและสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน
  • การสนับสนุนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและชุมชน
  • การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจและประชาชน

3.3 การออกแบบและติดตั้งนิทรรศการ

ผู้รับจ้างต้องออกแบบ ผลิต และติดตั้งนิทรรศการภายในพื้นที่จัดงาน ประกอบด้วย

(1) โซนช้างเปเปอร์มาเช่

  • ติดตั้งช้างเปเปอร์มาเช่จำนวนตามที่ตกลงร่วมกัน
  • จัดวางในพื้นที่สนามหรือพื้นที่กลางแจ้งของงาน
  • ออกแบบให้มีความโดดเด่น เหมาะสมกับการถ่ายภาพ และสร้างการรับรู้บนสื่อออนไลน์
  • สามารถเชื่อมโยงกับกิจกรรมระดมทุนหรือการมีส่วนร่วมของผู้สนับสนุนได้

(2) โซนนิทรรศการ

  • สถานการณ์ช้างป่าไทย
  • ปัญหาความขัดแย้งคนกับช้างป่า
  • แนวทางการอนุรักษ์และการอยู่ร่วมกัน
  • พื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กและครอบครัว
  • Interactive หรือ Digital Experience (ถ้ามี)

(3) โซนกิจกรรมและเวิร์กชอป

  • กิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมสำหรับครอบครัวและเยาวชน
  • เวิร์กชอปด้านสิ่งแวดล้อมและงานสร้างสรรค์
  • กิจกรรม CSR หรือกิจกรรมร่วมกับภาคเอกชน
  • กิจกรรมระดมทุน เช่น Donation Point / Merchandise / Charity Activities

3.4 งานพิธีเปิด งานแถลงข่าว และสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ

ผู้รับจ้างต้องดำเนินการวางแผนและบริหารจัดการงานแถลงข่าวและพิธีเปิดงาน ได้แก่

  • จัดทำ Run Down และ Script งาน
  • ออกแบบเวที Backdrop และระบบแสง สี เสียง
  • ประสานงานพิธีกร ช่างภาพ ช่างวิดีโอ และทีม Production
  • จัดเตรียม Press Kit และสื่อประชาสัมพันธ์
  • บริหารจัดการสื่อมวลชนและแขก VIP
  • ดูแลระบบลงทะเบียนและอำนวยความสะดวกภายในงาน

3.5 การประสานงานตลอดระยะเวลาโครงการ

ผู้รับจ้างต้องดำเนินการประสานงานกับ stakeholders ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่มาจากทางผู้รับจ้างเอง หรือ ที่ทางผู้ว่าจ้างไปติดต่อมา รวมถึงการเตรียมการรองรับการประมูลเปเปอร์มาร์เช่ ที่จะเกิดขึ้นในงาน

4. Deliverables

  1. Creative Concept และ Key Visual
  2. Layout และแบบนิทรรศการ
  3. Production Design ของทั้งงาน
  4. Communications Plan
  5. Press Conference & Social Media + Influencers Content Plan
  6. Run Down งานทั้งหมด
  7. Photo & Video Documentation
  8. Final Report พร้อมสรุปผลการดำเนินงานและ Media Coverage

5. ระยะเวลาดำเนินงาน

  • ระยะเวลาเตรียมงาน: 1 กรกฎาคม – พฤศจิกายน 2569
  • ระยะเวลาจัดงาน: 21 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2569
  • ส่งรายงานสรุปผลภายใน 30 วันหลังจบกิจกรรม

6. คุณสมบัติของผู้รับจ้าง

  • มีประสบการณ์ด้านการจัดงาน Event และ Exhibition ไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • มีผลงานด้าน CSR / Sustainability / Environmental Campaign จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
  • มีทีมงานด้าน Creative, Production และ PR Communications ครบวงจร
  • สามารถบริหารจัดการงานในพื้นที่สาธารณะและประสานงานหลายฝ่ายได้

7. งบประมาณ

ผู้เสนอราคาจะต้องจัดทำรายละเอียดค่าใช้จ่าย (Quotation) แยกตามหมวดงานอย่างชัดเจน พร้อมระบุรายละเอียดขอบเขตการดำเนินงานที่เสนอ โดย WWF ประเทศไทย ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาปรับขอบเขตการดำเนินงานให้เหมาะสมกับงบประมาณของโครงการ

8. การพิจารณาคัดเลือก

พิจารณาจากเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

  • ความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจโจทย์
  • ประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมา
  • ความเหมาะสมของแผนการสื่อสาร
  • ความสามารถในการบริหารจัดการงาน
  • ความคุ้มค่าของงบประมาณ

9. บริษัทที่สนใจสามารถส่งข้อเสนอเข้ามาได้ภายใน 18 มิถุนายน 2569 ที่อีเมล์ mediath@wwf.or.th และ oranitb@wwf.or.th โดยจะมีการนำเสนอภายใน 24 มิถุนายน 2569 และจะมีการประกาศผลภายใน 26 มิถุนายน 2569