ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในความสำเร็จด้านการอนุรักษ์ที่โดดเด่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบัน ประเทศไทยคือผืนป่าแห่งสุดท้ายในภูมิภาคนี้ที่ยังคงเป็นบ้านของเสือโคร่ง และเป็นแห่งเดียวที่ประชากรยังคงเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ลาว และเวียดนาม ได้สูญเสียเสือโคร่ง ‘เจ้าป่าผู้สง่างาม’ ไปจากธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง
ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา WWF ประเทศไทย ได้ทำงานเคียงข้างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะหน่วยงานหลัก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งในผืนป่าตะวันตกอย่างต่อเนื่อง
และผลลัพธ์ก็ชัดเจนว่า “การฟื้นฟูเสือโคร่งนั้นเป็นไปได้”

ปัจจุบัน ผืนป่าตะวันตกแห่งนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่สุดของประชากรเสือโคร่งและแมวป่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่อนาคตของสัตว์ผู้ล่าเหล่านี้ไม่อาจพึ่งพาผืนป่าหลักเพียงแห่งเดียวได้ หากต้องการให้พวกมันอยู่รอดอย่างยั่งยืน เสือโคร่งและแมวป่าจำเป็นต้องมีผืนป่าขนาดใหญ่เพิ่มเติมนอกเหนือจากพื้นที่ที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน



และวันนี้ การเดินทางนั้นได้ขยายไปสู่ “ผืนป่าแม่ปิง–อมก๋อย”
ผืนป่าขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยศักยภาพในการฟื้นคืนของเสือโคร่ง และแมวป่าหลากหลายชนิด ด้วยการเสริมสร้าง และยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ เพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองสัตว์ป่า ฟื้นฟูประชากรสัตว์ที่เป็นเหยื่อ ตลอดจนการศึกษาวิจัย และติดตามประชากรสัตว์ป่า พร้อมทั้งการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อสร้างความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์



WWF ประเทศไทย และพันธมิตร กำลังร่วมกันวางรากฐานสำคัญเพื่อเอื้อให้เสือโคร่งและแมวป่าสามารถขยายถิ่นอาศัยขึ้นไปทางเหนือจากผืนป่าตะวันตก หากความพยายามนี้ประสบความสำเร็จ….จะเป็นการเปิดโอกาสให้เสือโคร่งและแมวป่าสามารถกลับคืนสู่ผืนป่าที่เปี่ยมด้วยศักยภาพแห่งนี้ ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศไทย และเชื่อมโยงผืนป่าต่อเนื่องไปยังประเทศเมียนมา ซึ่งนับเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกสำหรับการฟื้นฟูเสือโคร่งและแมวป่า



เมื่อเสือโคร่งและแมวป่ามีพื้นที่กระจายพันธุ์มากขึ้น
ธรรมชาติก็จะกลับคืนสู่ความสมดุลและความอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น 🌳🐾


