ช้างเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศป่าไทย การติดตามและประเมินประชากรช้าง รวมถึงสัตว์ป่าอื่น ๆ อย่างแม่นยำจึงเป็นหัวใจสำคัญของการวางแผนอนุรักษ์ในระยะยาว รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่ และการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรีถือเป็นหนึ่งในพื้นที่อนุรักษ์สำคัญที่ยังคงมีประชากรช้างป่า กระทิง เก้งหม้อ และสัตว์ป่าชนิดอื่น ๆ อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น
เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา WWF ประเทศไทย ร่วมกับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี สมาชิกชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี มูลนิธิพาช้างกลับบ้าน และอาสาสมัครจากภายนอก ดำเนินการติดตามประชากรช้างป่า เป็นเวลา 6 วัน ระหว่างวันที่ 20 ถึง 25 พฤศจิกายน 2568 ณ พื้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.1 (ป่ายาง) อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ซึ่งเป็นการจัดขึ้นในรอบ 10 ปี โดยบูรณาการวิธีการแบบผสมผสาน 3 วิธี ได้แก่ การนับโดยตรง การใช้กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติ และการใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAVs) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและสะท้อนสถานการณ์ประชากรช้างป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น






โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการติดตามและประเมินขนาดประชากรช้างป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี รวมถึงการศึกษาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของประชากรในฤดูกาลที่แตกต่างกัน ทั้งยังจัดทำฐานข้อมูลประชากรช้างป่าที่มีความถูกต้องและแม่นยำ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนอนุรักษ์ การบริหารจัดการพื้นที่ และการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าอย่างเหมาะสม
โดยมีการดำเนินงานตามขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
- การอบรมเตรียมความพร้อม โดยการอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่และผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลภาคสนาม เช่น การจำแนกเพศและช่วงวัยของช้างป่า (โครงสร้างประชากร) รวมถึงการบันทึกทิศทางการเคลื่อนที่เข้า–ออกจากจุดสังเกตการณ์
- การเฝ้าสังเกตการณ์ภาคสนาม โดยการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดสังเกตการณ์ จำนวน 20 จุด ในพื้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.1 (ป่ายาง) โดยเข้าประจำจุดในช่วงเวลา 14.00–18.00 น. (ช่วงเวลาที่มีโอกาสเห็นช้างได้มากที่สุด) ต่อเนื่องเป็นเวลา 6 วัน
- การสนับสนุนข้อมูลจากชุดเฝ้าระวังช้างป่า โดยการใช้ข้อมูลจากชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้าง จำนวน 10 ชุด เพื่อเสริมความครบถ้วนของข้อมูลการเคลื่อนที่และการกระจายตัวของช้าง
- การสรุปผลรายวัน โดยในช่วงเช้าของแต่ละวันมีการประชุมเพื่อสรุปผลการดำเนินงานจากวันก่อนหน้า เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และปรับแผนการทำงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ภาคสนามในรอบถัดไป
- การรวบรวมและสรุปข้อมูล โดยการกรอกและตรวจสอบข้อมูลเพื่อสรุปผลกิจกรรมในช่วงเช้าของวันก่อนเสร็จสิ้นการดำเนินโครงการ



ปัจจุบันข้อมูลที่ได้จากการสำรวจโดยใช้หลายวิธีรวมกันยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องและรวบรวมข้อมูลก่อนเข้าสู่ขั้นตอนวิเคราะห์อย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม ผลการวิเคราะห์เบื้องต้นจากข้อมูลที่เก็บจากจุดสังเกตการณ์ทั้ง 20 จุด โดยวิธีการนับโดยตรงในพื้นที่โซนกลาง (ป่ายาง) ตลอด 6 วัน ของการสำรวจ พบช้างป่าสูงสุด 104 ตัว ปรากฎในพื้นที่สำรวจ จากประมาณ 400 ตัวจากพื้นที่ทั้งหมด และมีโครงสร้างประชากรคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ดังนี้
- ช้างป่าเต็มวัย 49.34%
- ช้างป่าใกล้เต็มวัย 12.20%
- ช้างป่าวัยรุ่น 19.63%
- ลูกช้างป่า 18.83%
จากการวิเคราะห์เพิ่มเติม พบว่าช้างป่าที่พบมีอัตราส่วนเพศผู้ต่อเพศเมียเท่ากับ 1:2.4 แสดงให้เห็นว่าประชากรช้างป่าในพื้นที่มี เพศเมียมากกว่าเพศผู้ อย่างชัดเจน
ผลการสำรวจชุดนี้ถือเป็นข้อมูลตั้งต้นที่สำคัญในการติดตามแนวโน้มประชากรช้างป่าในอนาคต และช่วยสนับสนุนการวางแผนอนุรักษ์และการจัดการพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรีให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามการดำเนินการในครั้งนี้ยังมีข้อจำกัด อาทิเช่น พฤติกรรมของช้างป่า สภาพอากาศ ช่วงฤดูกาลที่อาจส่งผลต่อการพบเห็นในเรื่องของความแม่นยำและยังต้องใช้เวลาในการขยายการติดตามอย่างครอบคลุมต่อไป ดังนั้นตัวเลขที่ได้ไม่ใช่จำนวนช้างป่าทั้งหมดในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี แต่เป็นตัวเลขจากโซนกลาง (ป่ายาง) ที่อยู่ติดกับพื้นที่ชุมชน ซึ่งเป็นชายขอบพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนจัดการความขัดแย้งและการบริหารพื้นที่ในอนาคต

จุดสังเกตการณ์ทั้ง 20 จุด


