แนวเชื่อมต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ทางเสือผ่าน จังหวัดตาก ระหว่างกลุ่มป่าตะวันตกตอนบน และตอนใต้กลุ่มป่าแม่ปิง-อมก๋อย

ความพยายามในการปกป้องและเชื่อมต่อถิ่นอาศัยของสัตว์ป่ากำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น WWF ประเทศไทย นำทีมผู้เชี่ยวชาญจากฝ่ายปกป้องและเชื่อมต่อถิ่นอาศัยสัตว์ป่า และฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ “เสริมสร้างความร่วมมืออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าไม้  แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศเทือกเขาถนนธงชัยต่อเนื่องเทือกเขาตะนาวศรี จังหวัดตาก ภายใต้กรอบแนวคิด “the Mae Ping (tiger) Corridor โดยมีเป้าหมายสำคัญในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าไม้ ในระยะแรก โครงการนี้มุ่งเน้นการสนับสนุนการประกาศพื้นที่คุ้มครองใหม่ และผนวกพื้นที่เพิ่มเติมเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ครอบคลุมกว่า 30,000 เฮกตาร์ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย-ไม้กลายเป็นหิน (เตรียมการ) และอุทยานแห่งชาติลานสาง พร้อมกับผลักดันให้พื้นที่ป่าชุมชน 10,000 เฮกตาร์ ในเขตตำบลแม่ท้อ ตำบลย่านรี และตำบลสามหมื่น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ OECMs (Other Effective Area-based Conservation Measures) ซึ่งเป็นมาตรการทางเลือกในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าให้อุดมสมบูรณ์ต่อไป

หมุดหมายแรกกับความพยายามตั้งแต่ปี 2568 – 2570 คือ อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย-ไม้กลายเป็นหิน (เตรียมการ) ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมการประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครอง เพื่อเชื่อมต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ในเขตพื้นที่กลุ่มป่าแม่ปิง-อมก๋อยควบคู่ไปกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติลานสาง ที่ดำเนินการผนวกขยายเพิ่มเติมเชื่อมต่อกับป่าใหญ่ของอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ในพื้นที่กลุ่มป่าตะวันตกตอนบนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องระบบนิเวศป่าไม้ และถิ่นอาศัยสัตว์ป่า ที่จะรองรับการเคลื่อนย้ายของประชากรเสือโคร่ง ที่เพิ่มจำนวนในพื้นที่กลุ่มป่าตะวันตกตอนบน ได้แก่ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อุทยานแห่งชาติคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง โดยความท้าทายของการเดินทางระยะถัดไป หลังจากปี 2570 คือเป้าหมายการส่งเสริมและสนับสนุน อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ (เตรียมการ) ให้ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 รวมถึงสนับสนุนภาพรวมการบริหารจัดการพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติตากสินและอุทยานแห่งชาติขุนพะวอ

กรอบกฎหมายและการมีส่วนร่วมของชุมชน

ความสำเร็จของภารกิจนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกำหนดแนวเขตหรือการออกกฎหมายคุ้มครองพื้นที่ป่าเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความเข้าใจในพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และข้อกำหนดต่าง ๆ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ด้วยหลักการ FPIC (Free, Prior and Informed Consent) ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมอย่างเสรี และได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน เพื่อให้เกิดกระบวนการตัดสินใจที่โปร่งใสและเป็นธรรม ทีมงานต้องอาศัยทักษะการเจรจาต่อรอง การแก้ไขข้อขัดแย้ง และการสื่อสารกับชุมชน เพื่อสร้างฉันทามติในการประกาศพื้นที่คุ้มครองอย่างยั่งยืน

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงาน ซึ่งจะนำไปสู่อนาคตที่ป่าไม้และสัตว์ป่าสามารถดำรงอยู่ได้อย่างสมดุล พร้อมกับชุมชนที่เข้มแข็งและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน

การพัฒนาศักยภาพเพื่อการจัดการพื้นที่คุ้มครอง

การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม จัดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2568 มีผู้เข้าร่วมทั้ง 30 คนจากพื้นที่คุ้มครองสำคัญต่าง ๆ ได้ร่วมเรียนรู้และเข้าใจหัวใจของการจัดการพื้นที่คุ้มครอง รวมถึงหลักสำคัญที่เกี่ยวข้องของบริบทกฏหมายอุทยานแห่งชาติ และประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการจากอุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย-ไม้กลายเป็นหิน (เตรียมการ) อุทยานแห่งชาติลานสาง และอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ (เตรียมการ)

หัวข้อหลักในการฝึกอบรมคือ “การบูรณาการมิติด้านมนุษย์เข้ากับแนวทางการอนุรักษ์” วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายองค์กร เช่น ผู้อำนวยการส่วนศึกษาและพัฒนานวัตกรรมอุทยานแห่งชาติ หัวหน้าฝ่ายจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สำนักอุทยานแห่งชาติ ผู้รับผิดชอบด้านการประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร อดีตผู้อำนวยการ RECOFTC แผนงานประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญจาก WWF ประเทศไทย (ฝ่ายปกป้องและเชื่อมต่อถิ่นอาศัยสัตว์ป่า) ต่างร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวคิดเชิงลึกเกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองให้มีความยั่งยืน โดยเฉพาะบทบาทของชุมชนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ

ผลลัพธ์สำคัญและแนวทางในอนาคต

การฝึกอบรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทุกคนมีส่วนร่วมในการอภิปรายอย่างแข็งขัน บรรยากาศของการสื่อสารแบบสองทางช่วยให้เกิดความเข้าใจและแลกเปลี่ยนมุมมองที่เป็นประโยชน์ อีกทั้ง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติยังเข้าร่วมตลอดระยะเวลาการฝึกอบรม ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือในการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง

ข้อสรุปที่ได้จากการฝึกอบรมคือ มีความจำเป็นต้องสร้างแผนงานเชิงรุกด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่กำลังเตรียมการประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครอง เป้าหมายต่อไปคือการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่น ให้พวกเขาได้มีบทบาทและเสียงในการดูแลพื้นที่คุ้มครอง ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการประกาศพื้นที่คุ้มครองที่ครอบคลุมและยั่งยืน

การฝึกอบรมครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ที่ไม่ได้จบลงเพียงแค่การฝึกอบรม แต่จะดำเนินต่อไปในภาคสนาม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับพื้นที่คุ้มครองของประเทศไทยในอนาคต

เกี่ยวกับ WWF ประเทศไทย​

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน WWF มีผู้สนับสนุนมากกว่า 5 ล้านคนจากทั่วโลกและเครือข่ายขององค์กรทำงานร่วมกันกว่า 100 ประเทศ พันธกิจของ WWF คือการอนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนโดยที่มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล โดยในประเทศไทยมีการดำเนินงาน 5 ด้าน ได้แก่ การอนุรักษ์สัตว์ป่า การอนุรักษ์ป่าไม้ การอนุรักษ์มหาสมุทร และการจัดการขยะพลาสติก การหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการจัดการทรัพยากรน้ำจืด

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WWF ประเทศไทย สามารถดูรายละเอียดได้ที่:

บทความอื่นๆ